Blog

เมื่อพูดถึง “ผ้าดิบ” หลายคนอาจนึกถึงผ้าสีขาวนวล หรือสีธรรมชาติ มีพื้นผิวเรียบง่าย ดูเป็นธรรมชาติ และนิยมนำไปทำถุงผ้า กระเป๋า งานพรีเมียม งานประดิษฐ์ งานตกแต่ง เสื้อผ้า หรือนำไปพิมพ์ลวดลายเพิ่มเติม
แต่หากถามว่า ผ้าดิบคืออะไร?
ผ้าดิบทำจาก Cotton (ผ้าฝ้าย) 100% หรือไม่?
ผ้าดิบกับผ้าแคนวาสต่างกันอย่างไร?
ผ้าดิบพิมพ์ลายได้ไหม?
ผ้าดิบซักแล้วหดหรือไม่?
ผ้าดิบใช้ทำกระเป๋าได้ไหม?
คำตอบอาจไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่หลายคนคิด
เพราะคำว่า “ผ้าดิบ” สามารถถูกใช้ในสองบริบทที่แตกต่างกัน
บริบทแรกคือ ผ้าดิบในตลาดไทย ซึ่งผู้ซื้อจำนวนมากใช้เรียกผ้าสีธรรมชาติหรือผ้าที่มีลักษณะยังไม่ผ่านการย้อมสีเต็มรูปแบบ โดยพบทั้ง Cotton (ผ้าฝ้าย) และผ้าเส้นใยผสม
อีกบริบทหนึ่งคือคำว่า Greige Fabric (ผ้าดิบที่ยังไม่ผ่านกระบวนการตกแต่งสำเร็จ) ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งหมายถึงผ้าที่ออกมาจากกระบวนการทอหรือถักแล้ว แต่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการสำคัญ เช่น การฟอก การย้อม การพิมพ์ หรือการตกแต่งสำเร็จ
ดังนั้น
ผ้าดิบไม่ได้หมายความว่าต้องเป็น Cotton (ผ้าฝ้าย) 100% เสมอไป และไม่ได้หมายความว่าผ้าทุกตัวที่มีสีครีมหรือสีธรรมชาติจะมีสเปกเหมือนกัน
ผ้าดิบสามารถแตกต่างกันได้ทั้ง
ชนิดเส้นใย
ความหนา
ความแน่นของการทอ
น้ำหนัก
หน้ากว้าง
สีธรรมชาติ
การหดตัว
ความสามารถในการพิมพ์
และ Finishing (กระบวนการตกแต่งสำเร็จผ้า)
การเลือกผ้าดิบจึงควรเริ่มจากคำถามว่า
ต้องการนำผ้าไปผลิตสินค้าอะไร?
มากกว่าการถามเพียงว่า
“มีผ้าดิบไหม?”
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ ผ้าดิบคืออะไร ทำจากอะไร มีกี่ประเภท มีคุณสมบัติ ข้อดีข้อเสียอย่างไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง แตกต่างจาก Canvas (ผ้าแคนวาส) และผ้า TC อย่างไร รวมถึงวิธีเลือกผ้าดิบสำหรับกระเป๋า งานพรีเมียม งานพิมพ์ เสื้อผ้า และงานผลิตในระดับโรงงาน

หากกำลังมองหาผ้าที่ช่วยเพิ่มความรู้สึก นุ่ม หรู เรียบร้อย และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้า โดยเฉพาะงานกล่องเครื่องประดับ ถุงของขวัญ ซับในกระเป๋า บรรจุภัณฑ์ งานแสดงสินค้า หรือของชำร่วย หนึ่งในวัสดุที่น่าสนใจคือ ผ้ากำมะหยี่ T-COT
จุดเด่น ของผ้ากำมะหยี่ T-COT อยู่ที่พื้นผิวซึ่งมี ขนอ่อนนุ่มและมีความมันด้านเดียว ทำให้เมื่อสัมผัสเกิดความรู้สึกนุ่มและช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดูมีมูลค่ามากขึ้น
สำหรับผ้ากำมะหยี่ T-COT ของ WLC สเปกระบุว่าเป็น Polyester 100% หน้ากว้าง 54 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 160–170 GSM และความยาวประมาณ 25 หลา/ม้วน จึงสามารถนำไปพิจารณาใช้กับงานตกแต่งและงานผลิตสินค้าได้หลายประเภท
อย่างไรก็ตาม คำว่า “T-COT” เป็นชื่อทางการค้า ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็น Cotton หรือผ้าผสม Cotton โดยอัตโนมัติ
นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะในตลาดสิ่งทอชื่อ T-Cot อาจถูกใช้กับสินค้าหลายลักษณะ แต่สำหรับสินค้าที่กล่าวถึงในบทความนี้ จะหมายถึง ผ้ากำมะหยี่ T-COT Polyester 100% ตามสเปกของ WLC
ก่อนเลือกซื้อจึงควรถามให้ชัดเจนว่า
T-COT รุ่นนี้ทำจากเส้นใยอะไร?
น้ำหนักเท่าไร?
หน้ากว้างเท่าไร?
ขนกำมะหยี่อยู่ด้านเดียวหรือสองด้าน?
เหมาะกับการบุหรือหุ้มงานประเภทใด?
ต้องใช้กาวแบบไหน?
สามารถเย็บได้หรือไม่?
ต้องการความทนต่อการเสียดสีระดับใด?
เพราะงานบุกล่องเครื่องประดับกับงานหุ้มเก้าอี้มี Requirement แตกต่างกันมาก แม้จะใช้คำว่า “กำมะหยี่” เหมือนกัน
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า ผ้ากำมะหยี่ T-COT คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร ข้อดีข้อเสียอะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง แตกต่างจากผ้ากำมะหยี่ทั่วไปและผ้าสักหลาดอย่างไร รวมถึงวิธีเลือกให้เหมาะกับงานผลิตสินค้าแต่ละประเภท

ผ้าแคนวาส (Canvas Fabric) เป็นผ้าทอที่มีโครงสร้างค่อนข้างแน่นและแข็งแรง โดยทั่วไปมักใช้เส้นด้ายขนาดค่อนข้างใหญ่ และนิยมผลิตจาก Cotton, Polyester, Cotton-Polyester Blend หรือเส้นใยอื่นตามสเปกของผู้ผลิต
จุดเด่นของผ้าแคนวาส คือ สามารถผลิตได้หลายระดับน้ำหนัก ตั้งแต่ผ้าแคนวาสบางสำหรับงานแฟชั่น และงาน Craft ไปจนถึงผ้าแคนวาสหนาสำหรับกระเป๋า เต็นท์ ผ้าใบคลุม งานตกแต่ง และผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรงมากขึ้น
เมื่อต้องเลือกซื้อผ้าแคนวาส หลายคนมักพบคำว่า 8 Oz, 10 Oz, 11 Oz, 12 Oz, 14 Oz หรือ 16 Oz จนเกิดคำถามว่า
ผ้าแคนวาสกี่ออนซ์เหมาะกับงานอะไร?
ผ้าแคนวาสทำกระเป๋าควรใช้กี่ออนซ์?
ผ้าแคนวาสกันน้ำหรือไม่?
Canvas กับผ้าดิบเหมือนกันไหม?
Canvas กับ Duck Canvas ต่างกันอย่างไร?
หรือแม้แต่ ผ้าแคนวาส Cotton กับ Polyester แบบไหนดีกว่า?
คำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกงาน เพราะความเหมาะสมของแคนวาสไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
ชนิดเส้นใย + โครงสร้างการทอ + ความหนาแน่น + น้ำหนัก + Finishing + Coating + รูปแบบผลิตภัณฑ์
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ ผ้าแคนวาสคืออะไร มีกี่ประเภท ค่า Oz คืออะไร ข้อดีข้อเสีย ใช้ทำอะไรได้บ้าง วิธีเลือก Canvas สำหรับกระเป๋า เสื้อผ้า งานตกแต่ง และ Outdoor รวมถึง FAQ ที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ

หากเคยสัมผัสผ้าที่มีผิว นุ่ม ละเอียด ลื่นมือ และมีสัมผัสคล้ายผิวลูกพีช คุณอาจกำลังสัมผัสกับผ้าที่อยู่ในกลุ่ม ผ้าไมโครพีช หรือ Micro Peach / Peach Skin Fabric
ผ้าไมโครพีชเป็นวัสดุที่ถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงาน เสื้อผ้าแฟชั่น เสื้อแจ็กเก็ต เสื้อคลุม กางเกง กระโปรง ชุดลำลอง เสื้อผ้ากีฬา ซับใน กระเป๋า งาน Home Textile และงานตกแต่งบางประเภท
จุดเด่นของผ้ากลุ่มนี้ไม่ได้อยู่ที่ลวดลายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก กระบวนการตกแต่งพื้นผิว ที่ทำให้เกิดขนอ่อนละเอียดบนผิวผ้า จนให้สัมผัสที่นุ่มและมีเอกลักษณ์คล้ายผิวของผลพีช ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ Peach Skin
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไมโครพีช” ไม่ได้หมายความว่าผ้าทุกตัวจะมี Specification เหมือนกัน
ผ้าไมโครพีชสามารถแตกต่างกันได้ทั้ง ชนิดเส้นใย Denier จำนวนเส้นใย โครงสร้างการทอ น้ำหนัก ความหนาแน่น กระบวนการขัดผิว Coating และ Finishing
ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อผ้าไมโครพีชสำหรับนำไปผลิตสินค้า ไม่ควรถามเพียงว่า “ผ้าไมโครพีชดีไหม?”
แต่ควรถามว่า “ผ้าไมโครพีชสเปกนี้เหมาะกับสินค้าที่เราต้องการผลิตหรือไม่?”
เพราะไมโครพีชสำหรับทำเสื้อแจ็กเก็ต อาจไม่ใช่สเปกเดียวกับไมโครพีชสำหรับทำชุดแฟชั่นหรือ Home Textile
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ ผ้าไมโครพีชคืออะไร ผลิตอย่างไร มีคุณสมบัติอะไร ข้อดีข้อเสียเป็นอย่างไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง ต่างจากไมโครไฟเบอร์และผ้าชนิดอื่นอย่างไร รวมถึงวิธีเลือกผ้าไมโครพีชสำหรับโรงงาน แบรนด์เสื้อผ้า และผู้ประกอบการ

หากกำลังมองหาผ้าสำหรับตัด เสื้อ เดรส กระโปรง ชุดทำงาน ชุดออกงาน ชุดไทยประยุกต์ เครื่องแต่งกายแฟชั่น หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการพื้นผิวเรียบและดูมีความเป็นทางการ หนึ่งในชื่อผ้าที่พบได้บ่อยในตลาดประเทศไทยคือ “ผ้าไหมอิตาลี”
ชื่อของผ้าชนิดนี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็น “ผ้าไหมแท้ที่ผลิตในประเทศอิตาลี” แต่ในความเป็นจริง คำว่า ไหมอิตาลี ที่ใช้ซื้อขายในตลาดไทยมักเป็นชื่อเรียกทางการค้าของผ้าที่มีลักษณะผิวเรียบ ลื่น มีความเงาหรือความนุ่มในระดับหนึ่ง และให้ภาพลักษณ์คล้ายผ้าไหม โดยสินค้าแต่ละแหล่งอาจผลิตจากเส้นใยและมีโครงสร้างแตกต่างกัน
ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อจึงไม่ควรตัดสินจากชื่อ “ไหมอิตาลี” เพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบว่า
ผ้าทำจากเส้นใยอะไร?
มีน้ำหนักและความหนาเท่าไร?
เนื้อผ้าทิ้งตัวหรืออยู่ทรง?
มีความเงามากน้อยแค่ไหน?
เหมาะกับการตัดเสื้อ เดรส กระโปรง หรือสินค้าแบบใด?
ต้องใส่ซับในหรือไม่?
เหมาะกับการพิมพ์ลายหรือไม่?
รวมถึงควรทดลองผ้าจริงก่อนนำไปผลิตจำนวนมาก
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ ผ้าไหมอิตาลีคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร มีข้อดีและข้อจำกัดอะไร แตกต่างจากไหมแท้และผ้าซาตินอย่างไร รวมถึงเหมาะกับงานประเภทใดบ้าง เพื่อช่วยให้ร้านตัดเสื้อ โรงงาน Garment แบรนด์แฟชั่น และผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้วัสดุได้เหมาะกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น

ผ้าใบ SUN STAR เป็นหนึ่งในวัสดุที่สามารถนำไปพิจารณาสำหรับ งานผลิตเต็นท์เชิงพาณิชย์ เต็นท์ร้านค้า เต็นท์กิจกรรม เต็นท์ตลาดนัด เต็นท์ออกบูธ และโครงสร้างคลุมพื้นที่ชั่วคราว โดยเฉพาะงานที่ต้องการวัสดุผ้าใบสำหรับใช้งานกลางแจ้งและต้องรองรับการใช้งานซ้ำ สำหรับโรงงานผลิตเต็นท์หรือผู้ประกอบการ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการถามว่า “ผ้าใบตัวนี้ทำเต็นท์ได้หรือไม่?”
แต่ควรถามต่อว่า
“เต็นท์ประเภทไหน ใช้งานอย่างไร อยู่กลางแจ้งนานแค่ไหน ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยหรือไม่ และต้องการคุณสมบัติอะไรจากผ้าใบ?”
เพราะเต็นท์ขายของในตลาดนัด เต็นท์สำหรับงาน Event เต็นท์ของร้านอาหาร และเต็นท์ที่ติดตั้งกลางแจ้งเป็นเวลานาน มี Requirement ที่แตกต่างกัน
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ ผ้าใบ SUN STAR คืออะไร เหมาะกับเต็นท์ประเภทใด คุณสมบัติใดที่ควรพิจารณา SUN STAR กับ SUN STAR UV ต่างกันอย่างไรในมุมการเลือกใช้ และโรงงานควรตรวจสอบอะไรบ้างก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก

หากพูดถึงวัสดุที่ให้ความรู้สึก ธรรมชาติ มี Texture ชัดเจน และสร้างภาพลักษณ์แบบ Rustic, Natural หรือ Craft หนึ่งในวัสดุที่หลายคนนึกถึงคือ กระสอบกันนิโอ หรือที่บางคนเรียกว่า “กระสอบอินเดีย”
วัสดุลักษณะนี้ถูกนำไปใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่งานกระเป๋า ถุงของขวัญ Packaging ของพรีเมียม งานตกแต่ง งาน Event งานแต่งงาน งาน DIY ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับร้านค้า และแบรนด์ที่ต้องการภาพลักษณ์จากวัสดุธรรมชาติ
แต่ก่อนเลือกซื้อ มีคำถามสำคัญหลายข้อที่ควรรู้ เช่น
- กระสอบกันนิโอคืออะไร?
- กระสอบกันนิโอกับผ้ากระสอบเหมือนกันหรือไม่?
- กระสอบอินเดียทำจากอะไร?
- นำไปทำกระเป๋าได้หรือไม่?
- แบบเคลือบกับไม่เคลือบต่างกันอย่างไร?
- กันน้ำหรือไม่?
- เหมาะกับแบรนด์รักษ์โลกจริงหรือไม่?
และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับสินค้าที่ต้องการผลิต?
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก กระสอบกันนิโอ (กระสอบอินเดีย) ตั้งแต่พื้นฐาน คุณสมบัติ การนำไปใช้งาน ข้อดี ข้อควรพิจารณา ไปจนถึงวิธีเลือกสำหรับผู้ประกอบการ โรงงาน เจ้าของแบรนด์ บริษัทของพรีเมียม และผู้ที่กำลังมองหาวัสดุสำหรับพัฒนาสินค้า

เวลาซื้อผ้าสำหรับทำ กระเป๋า เต็นท์ ผ้าใบ เสื้อกันลม อุปกรณ์ Outdoor หรือสินค้าที่มีโอกาสสัมผัสน้ำ เรามักได้ยินคำว่า “ผ้ากันน้ำ” อยู่เสมอ
แต่ในความเป็นจริง คำว่า “กันน้ำ” ไม่ได้หมายความว่าผ้าทุกชนิดจะสามารถป้องกันน้ำได้ในระดับเดียวกัน
ผ้าบางชนิดอาจเพียงทำให้น้ำเกาะบนผิวและไหลออกได้ง่าย ผ้าบางชนิดสามารถทนฝนได้ระดับหนึ่ง ขณะที่วัสดุอีกประเภทสามารถต้านการซึมผ่านของน้ำภายใต้แรงดันได้มากกว่า
ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อผ้าสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างคำว่า
Water Resistant – Water Repellent – Waterproof
รวมถึงต้องเข้าใจว่าปัจจัยที่ทำให้ผ้ากันน้ำไม่ได้มีเพียง “ชนิดของผ้า” เท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
โครงสร้างผ้า + ความหนาแน่น + ชนิดเส้นใย + การเคลือบ + การลามิเนต + การตกแต่งผิว + รอยเย็บ + รูปแบบผลิตภัณฑ์
บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับที่ผู้ผลิต และโรงงานสามารถนำไปใช้เลือกวัตถุดิบ พร้อมยกตัวอย่างผ้าจาก WLC เพื่อให้เห็นภาพว่าผ้าแต่ละกลุ่มควรนำไปพิจารณากับงานประเภทใด

สปันบอนด์ 75 แกรม เป็นผ้า Nonwoven ที่มีน้ำหนักประมาณ 75 กรัมต่อตารางเมตร หรือ 75 GSM เหมาะสำหรับนำไปพิจารณาใช้กับงานที่ต้องการเนื้อผ้ามากกว่าสปันบอนด์แกรมต่ำ เช่น กระเป๋าสปันบอนด์ ถุงช้อปปิ้ง ถุงใส่สินค้า กระเป๋างานอีเวนต์ กระเป๋าของพรีเมียม บรรจุภัณฑ์ และงานแปรรูปอื่น ๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องการความสมดุลระหว่างน้ำหนักของวัสดุ ความอยู่ทรง และต้นทุน
อย่างไรก็ตาม การเลือกสปันบอนด์สำหรับผลิตสินค้าไม่ควรดูเฉพาะตัวเลข 75 แกรมเพียงอย่างเดียว เพราะความเหมาะสมยังขึ้นอยู่กับขนาดสินค้า รูปแบบการผลิต น้ำหนักที่ต้องรองรับ วิธีการเย็บหรือเชื่อม และลักษณะการใช้งานจริง
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่า สปันบอนด์ 75 แกรมคืออะไร เหมาะกับงานอะไร แตกต่างจาก 50, 60, 90 และ 100 แกรมอย่างไร รวมถึงวิธีเลือกสปันบอนด์ให้เหมาะกับงานของคุณ

ผ้าสปันบอนด์ (Spunbond) เป็นวัสดุประเภท ผ้าไม่ถักไม่ทอ หรือ Nonwoven Fabric ที่ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่งานผลิตกระเป๋า ถุงผ้า บรรจุภัณฑ์ งานเกษตร งานอุตสาหกรรม ไปจนถึงงานที่ต้องการวัสดุน้ำหนักเบาและสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย
หนึ่งในจุดเด่นของผ้าสปันบอนด์คือสามารถผลิตได้หลายระดับน้ำหนักหรือที่มักเรียกกันว่า “แกรม” (GSM) ทำให้ผู้ผลิตสามารถเลือกสเปกให้เหมาะกับลักษณะงานได้ ตั้งแต่งานที่ต้องการผ้าบางและน้ำหนักเบา ไปจนถึงงานที่ต้องการความหนาและความแข็งแรงมากขึ้น
บทความนี้จะพาไปรู้จักผ้าสปันบอนด์อย่างละเอียด ตั้งแต่ความหมาย คุณสมบัติ วิธีเลือกแกรม การนำไปใช้งาน ไปจนถึงคำถามที่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการมักสงสัยก่อนเลือกซื้อ


